บทความ
รักแท้คือการ DCA แม้ตลาดผันผวน

กับเรื่องความรัก คนส่วนใหญ่มักตั้งคำถามว่า "เขาจะอยู่กับเราตอนเราลำบากไหม" ในตลาดทุน คำถามคล้ายกันคือ "คุณจะยังลงทุนต่อไหมตอนตลาดลง"
Dollar-Cost Averaging หรือ DCA ไม่ใช่แค่เทคนิคการลงทุน แต่มันคือ commitment strategy ทางพฤติกรรมศาสตร์
แนวคิดจาก Behavioral Finance
แนวคิดพื้นฐานมาจาก Behavioral Finance ที่พบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวเพราะเลือกสินทรัพย์ผิด แต่ล้มเหลวเพราะเลิกในช่วงเวลาที่ผันผวน
งานวิจัยของ Benartzi และ Thaler (1995) เรื่อง Myopic Loss Aversion อธิบายว่า นักลงทุนมีแนวโน้มกลัวขาดทุนระยะสั้นมากเกินไป เมื่อเห็นพอร์ตติดลบบ่อย ๆ จะมีแนวโน้มลดความเสี่ยงหรือขายทิ้ง แม้ผลตอบแทนระยะยาวจะเป็นบวก
ต่อมา Thaler และ Benartzi (2004) เสนอแนวคิด Save More Tomorrow ซึ่งเป็น commitment device บังคับให้คนออมเงินล่วงหน้าโดยไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทุกเดือน ผลลัพธ์คืออัตราการออมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
DCA ทำหน้าที่แบบเดียวกันในตลาดทุน
มันตัด decision fatigue มันตัด emotional timing มันลดโอกาสที่คุณจะ panic sell
ในเชิงคณิตศาสตร์ DCA ไม่ได้ maximize expected return ถ้าตลาดเป็นขาขึ้นตลอด เพราะการลงทุน lump sum (หวดหมดตูมเดียว) ตั้งแต่ต้นจะได้ผลตอบแทนสูงกว่า
แต่ในโลกจริงที่มนุษย์มี loss aversion DCA เพิ่ม "probability of staying invested" และในระยะยาว Staying invested สำคัญกว่า Perfect timing
หากผลตอบแทนตลาดระยะยาวเป็นบวกจาก economic growth และ productivity กลยุทธ์ที่เพิ่มโอกาสให้คุณอยู่ในตลาดครบวัฏจักร ย่อมเพิ่ม expected terminal wealth ของมนุษย์จริง ๆ มากกว่ากลยุทธ์ที่ theoretical optimal แต่ทำไม่ได้จริง
ความรักที่มั่นคงกับการลงทุนที่ดี
ความรักที่มั่นคง ไม่ใช่ความรักที่ไม่เคยทะเลาะ แต่คือความรักที่ยังเลือกอยู่ต่อ
การลงทุนที่ดี ไม่ใช่การจับจังหวะเก่งที่สุด แต่คือการลงทุนต่อแม้ตลาดผันผวน
รักแท้คือการ DCA แม้ตลาดผันผวน
Happy Valentine day นะครับ
แหล่งอ้างอิง
Benartzi, S. & Thaler, R. (1995). Myopic Loss Aversion and the Equity Premium Puzzle. Quarterly Journal of Economics.
Thaler, R. & Benartzi, S. (2004). Save More Tomorrow. Journal of Political Economy.
Samuelson, P. (1969). Lifetime Portfolio Selection by Dynamic Stochastic Programming.